วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556


     หัวใจ 7 ประการก่อนเริ่มธุรกิจ



      ก่อนจะเริ่มต้นเข้าสู่การทำธุรกิจ มีหัวใจสำคัญอะไรบ้างที่ควรคำนึงถึง เพื่อจะเริ่มทำธุรกิจไม่ผิดพลาด เรามีเทคนิคมาบอกคุณ

จะเริ่มธุรกิจทั้งที ก็ต้องทำให้ถูกไปเลย

              
ความฝันของคนเราในหลายคนๆ ล้วนแต่แตกต่างกันออกไป บางคนสามารถไล่ล่าตามหาความฝันของตนเองจนเจอ แต่อีกหลายคนยังคงดิ้นรนที่จะตามหาฝันให้ได้พบ ซึ่งเราเชื่อว่าอย่างหลังน่าจะมีเป็นจำนวนมากกว่าอย่างแรก และหนึ่งในความฝันที่มีผู้คนต้องการไขว่คว้ามากที่สุดโดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆนั่นคือ ความฝันที่อยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองซักอย่างหนึ่งนั่นเอง
         อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าการมีธุรกิจเป็นของตนเองเป็นสิ่งที่ทุกคนพึงประสงค์จะมี แต่การที่จะมีธุรกิจเป็นของตนเองที่ประสบความสำเร็จได้นั้นเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า บางคนเมื่อเห็นอุปสรรคดังนี้แล้วก็มีความท้อแท้ ไม่กล้าที่จะฝันต่อ แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่คิดเช่นนั้นกลับพยายามที่จะสร้างธุรกิจเป็นของตนเองให้จนได้ ซึ่งการที่จะเริ่มธุรกิจได้นั้นมีปัจจัยต่างๆ ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างรากฐานมากมายที่เราควรที่จะต้องทำการศึกษาและเตรียมการเอาไว้ใช้ประกอบการเริ่มธุรกิจของคุณเองดังต่อไปนี้


1. คุณต้องเริ่มทำวิจัยตลาด  
การวิจัยตลาดถือเป็นสิ่งสำคัญมากในการริเริ่มดำเนินการทำธุรกิจ และเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดอันดับแรกที่เจ้าของธุรกิจมือใหม่จำเป็นต้องทำ เจ้าของธุรกิจมือใหม่เมื่อเห็นหัวข้อเรื่องการทำวิจัยก็มีความคิดที่จะเบือนหน้าหนีกันแล้ว เพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีความจำเป็น เป็นเรื่องที่เข้าใจยากแถมยังเกี่ยวข้องกับตัวเลข สิ้นเปลืองงบประมาณ แถมยังไม่รู้อีกว่าต้องทำยังไง เลยมองข้ามในส่วนนี้ไป ซึ่งเราขอบอกเลยว่านั่นเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์อย่างที่สุด
เพราะการที่คุณจะสร้างสินค้าขึ้นมาเพื่อทำการขายออกไปยังผู้บริโภคนั้น คุณต้องทำความเข้าใจความต้องการของตลาดและผู้บริโภคด้วยว่ามีความต้องการมากขนาดไหน สินค้าของเราสามารถตอบสนองความต้องการของเค้าได้หรือไม่ กลุ่มเป้าหมายลูกค้าของคุณคือใคร มีอายุเท่าไหร่ มีคู่แข่งในตลาดหรือไม่ ถ้ามี มีอยู่กี่รายที่ทำสินค้าในลักษณะเดียวกับคุณ โอกาสทางการตลาดที่สินค้าของคุณจะมีส่วนแบ่งทางการตลาด รวมถึงจุดจำหน่ายสินค้าของคุณเองด้วย ว่าจะจำหน่ายที่ไหน มีความได้เปรียบเสียเปรียบอย่างไรเมื่อเทียบกับสินค้าคู่แข่ง ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณจะต้องคิดและคำนึงถึงเป็นสำคัญหากคุณอยากที่จะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ การทำการวิจัยจะเป็นตัวช่วยในการตอบโจทย์ที่มีในใจคุณได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถนำข้อมูลที่ได้จากการวิจัยนำมาใช้ประโยชน์ในการเขียนแผนธุรกิจของคุณได้อีกทางหนึ่งด้วย

2. สำรวจตรวจสอบสภาวะทางการเงินของคุณ
เงินเป็นปัจจัยที่สำคัญมากอีกสิ่งหนึ่ง เพราะเราทุกคนต่างก็ทราบกันดีว่าคุณจะไม่สามารถเริ่มดำเนินธุรกิจได้ถ้าหากขาดเงินทุน ดังนั้น ก่อนจะเริ่มธุรกิจคุณควรทำการสำรวจตรวจสอบ และกำหนดหลักเกณฑ์ถึงสิ่งต่างๆ ที่คุณมีความต้องการ เพื่อนำมาใช้ในการเริ่มทำธุรกิจ โดยถ้าคุณยังขาดแคลนเรื่องเงินลงทุนในการประกอบธุรกิจ คุณควรลองพิจารณาแหล่งเงินทุนที่ให้กู้จากสถาบันการเงินต่าง ๆ และริเริ่มลงมือเขียนแผนธุรกิจและทำการทดสอบแผนก่อนเพื่อให้เห็นถึงข้อดีและข้อเสีย ที่สำคัญคุณควรทำการวิจัยและตรวจสอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ เพื่อจะได้ทราบว่าธุรกิจของคุณต้องการใช้เงินมากหรือน้อยเป็นจำนวนเท่าไหร่ ก่อนจะทำการแก้ไขปรับปรุง และดำเนินการยื่นแผนธุรกิจเพื่อขอกู้เงินลงทุนในที่สุด

3. จ้างทนายความหรือที่ปรึกษาทางกฎหมาย
ซึ่งทนายความที่คุณต้องการมากที่สุดจะต้องเป็นทนายความที่มีประสบการณ์มากพอสมควร และมีความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นใหม่ ซึ่งทนายความประเภทนี้จะมีส่วนเข้ามาช่วยคุณได้อย่างมากในการเริ่มต้นบุกเบิกทำธุรกิจ ซึ่งทนายความของคุณจะเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาต่างๆ ที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เช่น การร่างสัญญาเช่าอาคารหรือสถานที่ต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งทนายความที่ดีจะรู้และเข้าใจถึงในสิ่งที่คุณพยายามจะทำ และจะเข้ามาช่วยสร้างโครงสร้างของธุรกิจที่มีประโยชน์กับตัวคุณ

4. จ้างนักบัญชีที่ดี
โดยนักบัญชีจะเข้ามาทำงานผสานและควบคู่กันกับทนายความหรือที่ปรึกษาทางกฎหมายของคุณในการก่อตั้งบริษัท ซึ่งนักบัญชีจะเข้ามาช่วยจัดการทำบัญชี ดูแลรายรับ-รายจ่ายภายในบริษัท รวมถึงจดบันทึกการเบิกใช้เงิน หรือวัสดุ วัตถุดิบต่างๆ เพื่อใช้ตรวจสอบเวลาสิ้นปี และที่สำคัญอีกอย่างคือ นักบัญชีจะเข้ามามีส่วนช่วยในการวางแผนและคำนวณการเสียภาษีของบริษัทคุณ ดังนั้นนักบัญชีที่บริษัทคุณต้องการ ต้องเป็นนักบัญชีที่มีความรู้ในเรื่องของกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสียภาษีด้วย

5. ออกแบบโครงสร้างธุรกิจ
คุณต้องทำการเลือกและออกแบบโครงสร้างทางธุรกิจของคุณว่าบริษัทของคุณจะมีลักษณะโครงสร้างเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะมีคุณเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดที่มีผู้ร่วมหุ้น หรือเป็นบริษัทนิติบุคคล ฯลฯ ซึ่งโครงสร้างที่ไม่เหมือนกันเหล่านี้จะมีข้อแตกต่างเกี่ยวกับเรื่องความรับผิดชอบทางด้านภาษีและข้อบังคับทางกฎหมายที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละประเภทด้วย ซึ่งทนายความและนักบัญชีของคุณจะมีบทบาทอย่างมากในการช่วยให้คำปรึกษา เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจของคุณ


6. การตั้งชื่อธุรกิจ
คุณควรเลือกที่จะตั้งชื่อบริษัทที่สามารถสื่อความหมายได้ชัดเจน ไม่ซับซ้อนหรือออกเสียงยากจนเกินไปนัก เพราะคุณควรมองการไกลว่าชื่อบริษัทของคุณในอนาคตอาจจะเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกก็เป็นได้ นอกจากนี้ชื่อบริษัทถ้าเป็นไปได้ควรจะสามารถสื่อความหมายได้อีกด้วยว่าบริษัททำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอะไร สามารถจดจำง่าย และเรียกกันติดปาก และสุดท้ายควรสามารถเขียนออกมาเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องเหมือนกัน เพราะชื่อบริษัทอาจจะนำไปใช้ในการสร้างเว็บไซต์โฮมเพจของทาง

7. ใบอนุญาต
ธุรกิจบางประเภทจำเป็นอย่างมากที่จะต้องทำการขอใบอนุญาตในการประกอบกิจการจากทางการเสียก่อน มิเช่นนั้นจะถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งคุณควรตรวจสอบดูให้แน่ชัดเสียก่อน เพราะในบางพื้นที่มีข้อบังคับที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละพื้นที่ ซึ่งในปัจจุบันนอกจากใบอนุญาตของทางบริษัทและเจ้าของกิจการเองแล้ว ยังมีในส่วนของใบอนุญาตการทำงานของแรงงานต่างด้าวด้วย
ถ้าบริษัทไหนมีการจ้างแรงงานต่างด้าวควรที่จะพาแรงงานต่างด้าวดังกล่าวไปขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องเรียบร้อยเสียก่อน เพื่อเป็นการป้องกันการทำผิดกฎหมายในภายหลัง
การเริ่มต้นทำธุรกิจนั้นไม่ใช่เรื่องยากตามที่ทุกคนเข้าใจแต่ประการใด แต่คุณต้องทำการศึกษาเข้าใจพื้นฐานต่างๆ เหล่านี้ให้เข้าใจชัดเจนก่อนที่จะลงมือเริ่มธุรกิจ เพราะพื้นฐานที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เปรียบเสมือนกับเสาหลักของกิจการที่จะช่วยเป็นฐานรองรับน้ำหนักของการเติบโตของกิจการคุณเองในอนาคต ถ้าคุณศึกษาไม่ละเอียดมากพอ และมองข้ามสิ่งต่างๆเหล่านี้ไป แม้จะเป็นรายละเอียดแค่เพียงเล็กน้อย ก็อาจจะทำให้กิจการของคุณถล่มล้มลงไม่เป็นท่าเพราะพื้นฐานที่ไม่แข็งแรงก็เป็นได้

การสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ใน 7 ขั้นตอน


      หลายคนคิดว่าธุรกิจใหม่ที่จะเจริญเติบโตได้ดี
ในอนาคตจำเป็นต้องรอให้ถึงเวลาและโอกาสที่เหมาะสมจึงจะสามารถลงมือสร้างได้ ตอนนี้มีวิธีการที่จะปฏิวัติความคิดนี้ใหม่ ด้วยการสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องมัวรอโอกาสอีกต่อไป
      ความคิดของผู้ประสบความสำเร็จในธุรกิจยุคก่อนๆ ที่มักจะได้เห็นออกมาเผยแพร่กันตามโทรทัศน์ กับคำถามที่ว่าเพราะเหตุใดคุณถึงประสบความสำเร็จในธุรกิจที่ทำอยู่ เกือบจะเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของนักธุรกิจที่ถูกสัมภาษณ์มักจะตอบอยู่สองอย่างว่า “เพราะโชคเข้าข้าง” และ “โอกาสวิ่งเข้ามาหาพอดี” จนนักธุรกิจยุคใหม่หลายคนที่ต้องการประสบความสำเร็จต่างนอนฝันและรอโอกาสที่จะวิ่งเข้ามาชนกับตัวเองบ้าง เพื่อที่จะได้กลายเป็นนักธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จคนต่อไป ซึ่งเป็นวิธีการคิดที่ผิดบนโลกแห่งความเป็นจริงมันจะเป็นไปได้อย่างไรที่คนเราจะประสบความสำเร็จโดยที่ไม่ได้ลงมือทำอะไรเลยเพียงแค่รอโอกาสให้วิ่งมาหาเท่านั้น ทางที่ดีที่สุดในการที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจก็คือ การริเริ่มสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับตัวเอง มาดู 7 ขั้นตอน ที่จะช่วยทำความฝันให้เป็นความจริง

ขั้นตอนที่ 1 มองภาพรวมและให้ความสำคัญไปที่ผลิตภัณฑ์

          ขั้นแรกที่ควรทำคือการมองไปที่ภาพรวมของผลิตภัณฑ์ว่ามีข้อดีและข้อเสียอย่างไรบ้าง เมื่อนำมาพิจารณากับผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งในท้องตลาดที่เป็นสินค้าชนิดเดียวกันและสามารถใช้ทดแทนกันได้ หรือที่เรียกกันว่า “สินค้าทดแทน” ซึ่งในความเป็นจริงบริษัทของผู้ประกอบการเองอาจจะเป็นบริษัทที่มีขนาดเล็กและเพิ่งจะนำผลิตภัณฑ์เข้ามาทำการแข่งขันในตลาดที่มีการแข่งขันกันแต่เดิมสูงอยู่แล้ว ความสามารถทางการแข่งขันจึงมีน้อยและไม่อาจสู้กับบริษัทที่มีขนาดใหญ่และอยู่ในท้องตลาดมายาวนานได้อย่างแน่นอน ดังนั้นทางที่ดีที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์และบริษัทก็คือ ต้องทำการค้นหาจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่เป็นความสามารถเฉพาะที่เหนือกว่าผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งออกมานำมาเสนอขายลูกค้าให้จงได้

ขั้นตอนที่  2  นำเสนอขายสินค้าผลิตภัณฑ์อย่างเข้าใจง่าย

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่อธิบายได้ง่ายที่สุด คือ ผู้ประกอบการต้องมีความสามารถในการนำงานของบริษัทไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือบริการไปขายให้กับลูกค้าด้วยคำพูดและวิธีการนำเสนอที่เข้าใจง่าย กระชับ อีกทั้งมีพลังในการสร้างแรงดึงดูดให้กับผู้บริโภคหรือลูกค้า ที่พอฟังการเสนอขายจบแล้วมีความต้องการสินค้าโดยทันที ที่สำคัญที่สุดต้องสามารถตอบโจทย์ของลูกค้าได้ว่าทำไมจึงต้องใช้สินค้าของทางบริษัท และสินค้าจะสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างไร เป็นต้น

          นอกจากนี้เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมและเป็นการป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ระหว่างการนำเสนองาน ควรทำการทดสอบวิธีการนำเสนองานก่อน ทั้งในเรื่องของข้อความและวิธีการนำเสนอเพื่อเป็นการเช็คความพร้อมก่อนที่จะไปทำการเสนอขายจริงและจะได้แก้ไขข้อผิดพลาดได้ก่อนล่วงหน้าอีกด้วย

ขั้นตอนที่  3  เข้าถึงและรอบรู้อย่างแท้จริง  (ต้องรู้ทุกอย่างแบบรอบด้านทั้งสินค้าตัวเองและคู่แข่ง)

          ต้องมีความรอบรู้ในด้านข้อมูลต่างๆที่มีความจำเป็นต่อการสร้างโอกาสทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลในเรื่องที่เกี่ยวกับธุรกิจของผู้ประกอบการเองในด้านต่างๆเช่น ข้อเด่น ขอด้อย ของผลิตภัณฑ์ ความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับการตลาด การจัดการในบริษัท รวมถึงวิธีการจัดเก็บข้อมูลอื่นๆที่มีความสำคัญที่สามารถนำมาใช้ช่วยสร้างโอกาสในธุรกิจด้วย นอกจากนี้ข้อมูลทางการแข่งขันทางการตลาดและข้อมูลของลูกค้าก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากด้วยเช่นกัน

ขั้นตอนที่  4  วางแผนธุรกิจที่เหมาะกับบริษัท

ก่อนที่จะสามารถทำการวางแผนธุรกิจที่เหมาะสมกับบริษัทได้นั้น สิ่งแรกที่ต้องเริ่มทำก่อนคือ ทำการสำรวจความต้องการทางตลาดหรือความต้องการของลูกค้าเสียก่อนว่า ลูกค้าต้องการอะไร ต้องการมากขนาดไหน จากนั้นจึงมาไล่ดูในส่วนที่เกี่ยวกับตัวธุรกิจและผลิตภัณฑ์ของว่าสามารถตอบสนองความต้องการในส่วนนั้นได้มากขนาดไหนและอย่างไร จากนั้นจึงเริ่มลงมือวางแผนและเขียนแผนธุรกิจที่เหมาะกับตัวธุรกิจมากที่สุด

          เช่น ในกรณีที่บริษัทเพิ่งจะเปิดดำเนินการใหม่มีสินค้าชนิดใหม่ที่ต้องการนำมาวางขายในท้องตลาดก็ควรที่จะระบุกลุ่มเป้าหมายที่มีขนาดเล็กและเฉพาะกลุ่ม ที่มั่นใจว่าสินค้าของทางบริษัทสามารถตอบสนองความความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่มนี้ได้ดีที่สุด อีกทั้งเรื่องการใช้กลยุทธ์ทางด้านราคาที่ถูกกว่ามานำเสนอเพื่อทำการตัดราคาของผลิตภัณฑ์อื่น อันเป็นการสร้างโอกาสให้กับผลิตภัณฑ์สามารถทำการแข่งขันกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ได้ก็เป็นวิธีที่น่าสนใจมากวิธีหนึ่ง ดีกว่าที่จะเลือกตลาดที่ใหญ่และกว้างจนเกินไปที่อาจจะถูกบริษัทที่เป็นเจ้าของตลาดอยู่ก่อนหน้านี้กลืนผลิตภัณฑ์และสินค้าของตัวผู้ประกอบการเองจากใจผู้บริโภคอย่างง่ายดายในที่สุด

ขั้นตอนที่  5 ใช้เครื่องมือทางการตลาดที่ดีที่สุดสำหรับบริษัท  (เลือกใช้วิธีทำการตลาดที่เหมาะสมกับแผนและค่าใช้จ่ายที่ทำไว้)

          เมื่อตัดสินใจในการวางแผนธุรกิจที่เหมาะสมให้กับธุรกิจได้แล้ว ขั้นต่อมาคือการเลือกใช้เครื่องมือทางการตลาดที่เหมาะสมมากที่สุดกับแผนการทางธุรกิจที่ได้วางไว้ก่อนหน้านี้ โดยการประเมินและเลือกใช้เครื่องมือทางการตลาดควรจะมองให้ครบทุกด้านทั้ง 360 องศา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเข้าถึงผู้บริโภคของแผนการตลาด ค่าใช่จ่ายในการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆ ที่มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างแตกต่างกัน ซึ่งการดำเนินการใช้เครื่องมือทางการตลาดที่แตกต่างกันจะทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาแตกต่างกันออกไปด้วย

ขั้นตอนที่ 6 นำแผนไปลงมือปฏิบัติ

ขั้นตอนนี้จะเป็นการนำวิธีและกลยุทธ์ต่างๆที่ได้ทำการวางแผนไว้ล่วงหน้าก่อนหน้านี้ไปลงมือทำการปฏิบัติจริง โดยการปฏิบัติตามแผนอย่างจริงจังนั้นจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมมากที่สุด เพราะจะได้สามารถทำการวัดและประเมินผลได้อย่างแม่นยำว่ากลยุทธ์ที่ได้วางเอาไว้นั้นสามารถนำมาใช้งานจริงได้ดีสักแค่ไหน อีกทั้งการนำแผนไปลงมือปฏิบัติจริงควรจะมีการกำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติงานตามแผนไว้อย่างชัดเจนอีกด้วยว่าแผนดังกล่าวจะมีระยะเวลาในการปฏิบัติงานนานเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม

ขั้นตอนที่ 7 ทดสอบแผน

          ขั้นทดสอบแผนนี้ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ โดยต้องทำการตรวจสอบดูว่าแผนที่ได้วางเอาไว้จนนำไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติจริงก่อนหน้านี้ในขั้นตอนทั้ง 6 ขั้นนั้นมีข้อผิดพลาดอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะได้ทำการปรับปรุงและแก้ไขให้สมบูรณ์ขึ้นต่อไปในอนาคต

          การสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่นั้น เป็นเรื่องที่สามารถจะทำให้เกิดขึ้นได้ด้วยตัวของผู้ประกอบการเองไม่จำเป็นต้องรอให้เทวดาที่ไหนมาหยิบยื่นโอกาสให้ทั้งสิ้น สำคัญที่ว่าต้องเริ่มทำการปฏิรูปความคิดในหัวเสียใหม่ ทำความเข้าใจในความหมายที่แท้จริงของคำว่า 'โอกาส' ในแง่มุมของนักธุรกิจว่าหมายถึง สิ่งที่ต้องทำการมุ่งไปหาและไขว่คว้ามาครอบครองด้วยตนเอง มิใช่ความหมายแบบเดิมๆ ที่หมายถึง การรอเวลาที่จะมาถึงโดยไม่ต้องทำอะไรเลย ถ้าผู้ประกอบการสามารถปฏิบัติตามได้ดังนี้ รับรองว่าสักวันหนึ่งจะต้องได้เห็นภาพของตัวของคุณเองปรากฏอยู่ในโทรทัศน์ในฐานะนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนที่สุด



ขอบคุณที่มาจาก : http://incquity.com/articles/startup/7-essentials-step-start 
                           http://incquity.com/articles/startup/7-steps-biz-opportunities

          



58 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ8 สิงหาคม 2556 เวลา 08:24

    เป็นบทความที่ดีมากครับ ถือเป็นแนวทางให้คนธรรมดาทั่วไปสามารถนำความรู้ที่ได้นี้ไปเริ่มต้นธุรกิจของตนเองเพื่อความสำเร็จได้ โดยไม่ต้องลองผิดลองถูกจนหมดโอกาส ขอบคุณสำหรับบทความและคำแนะนำที่ดีๆนะครับ

    ตอบลบ
  2. เป็นบทความที่น่าสนใจมากเลย กลยุทธ์ทางการตลาดเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังจะเริ่มต้นทำธุรกิจเป็นอย่างมาก ขอบคุณค่ะที่นำมาเผยแพร่ให้ทราบ

    ตอบลบ
  3. เป็นบทความที่น่าสนใจมาก เหมาะกันบุคคลที่กำลังจะเริ่มต้นธุรกิจเลย แล้วก็ยังสามารถมาประยุกต์ใช้กํบการเรียนได้อีกด้วย

    ตอบลบ
  4. ได้ความรู้มากครับ น่าสนใจ

    ตอบลบ
  5. เป็นประโยชน์มากเลยค่ะ

    ตอบลบ
  6. น่่าสนใจมากๆเลยครับ

    ตอบลบ
  7. เป็นบทความที่ดีมากเลยครับ :)))

    ตอบลบ
  8. น่าสนใจมากคะ ถือเป็นแนวคิดในการเปิดธุรกิจเลย :}

    ตอบลบ
  9. เป็นแนวทางในการทำ ธุรกิจสำหรับคนสมัยใหม่เลยค่ะ

    ตอบลบ
  10. บทความเป็นประโยชน์มากๆ ปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย ^^

    ตอบลบ
  11. เนื้อหาน่าสนใจมากเลยค่ะ

    ตอบลบ
  12. เนื้อหาครบถ้วนน่าสนใจมากเลยค่ะ

    ตอบลบ
  13. เป็นบทความที่ให้ความรู้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

    ตอบลบ
  14. ใครคิดจะเริ่มทำธุรกิจเป็นของตัวเอง 7 ขั้นตอนนี้นำไปใช้ต้องได้ประโยชน์แน่ๆเลย บทความนี้เยี่ยมยอดค่ะ

    ตอบลบ
  15. เนื้อหาดีมากคับน่าสนใจมากคับ ^^

    ตอบลบ
  16. เข้าใจขั้นตอนในการเริ่มธุรกิจมากขึ้นค่ะ เป็นบล็อคที่ดีนะคะ

    ตอบลบ
  17. เนื้อหาน่าสนใจมีประโยชน์มากค่ะ

    ตอบลบ
  18. สุดยอดไปเลยครับ น่าสนใจมากครับ

    ตอบลบ
  19. เนื้อหาสาระน่าสนใจ มีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่จะประกอบธุรกิจนะคะ

    ตอบลบ
  20. เนื้อหาน่าสนใจมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มธุรกิจเลยค่ะ :)

    ตอบลบ
  21. เป็นเนื้อหาที่น่าสนใจมากครับ

    ตอบลบ
  22. บทความดีๆที่เหมาะกับคนที่อยากสร้างธุรกิจด้วยมือตัวเอง มี 7 ขั้นตอนเหมือนจะง่านนะคะเนี่ย แต่การทำธุรกิจให้สำเร็จก็ต้องมีปัจจัยอื่นๆด้วย อย่างแรกถ้าไม่มีงบก็แห้วล่ะค่ะ อิอิ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ใช่เลยค่ะ ถ้าไม่มีเงินทุนก็ไม่สามารถเริ่มดำเนินธุรกิจได้ค่ะ

      ลบ
  23. ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะครับ

    ตอบลบ
  24. น่าสนใจค่ะ มีประโยชน์มากๆค่ะ

    ตอบลบ
  25. เนื้อหามีสาระและเป็นประโยชน์มากค่ะ เหมาะสำหรับคนที่คิดจะเริ่มต้นทำธุรกิจ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดีนะคะ

    ตอบลบ
  26. เป็นบทความที่น่าสนใจมากครับ เหมาะสำหรับคนที่เริ่มต้นเกี่ยวกับธุรกิจ และอาจจะเป็นแรงบรรดาใจให้กับใครๆอีกหลายคน

    ตอบลบ
  27. เนื้อหาครอบคลุมมากค่ะ มึประโยชน์มากๆเลยคะ

    ตอบลบ
  28. ข้อมูลมีประโยชน์มากค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะค่ะ

    ตอบลบ
  29. เนื้อหาดีมากเลยค่ะ นำไปใช้ประโยชน์ได้ดีทีเดียว ^^

    ตอบลบ
  30. ขอบคุณนะคะ สำหรับบทความดีๆ ใ้ห้ความรู้มากมาย

    ตอบลบ
  31. เนื้อหาของบทความดี และน่าสนใจมากค่ะ

    ตอบลบ
  32. ขอบคุณบทความดีดี มีประโยชน์มากค่ะ

    ตอบลบ
  33. เนื้อหามีประโยชน์มาก ให้ความรูเได้เยอะเลยค่ะ

    ตอบลบ
  34. เนื้อหาดี มีประโยชน์มากเลย

    ตอบลบ
  35. เนื้อหาครอบคลุม มีประโยชน์มากๆขอบคุณนะค่ะ

    ตอบลบ
  36. บทความสามารถนำไปใช้ได้จริง มีประโยชน์กับผู้อ่านมากๆค่ะ

    ตอบลบ
  37. ไม่ระบุชื่อ9 สิงหาคม 2556 เวลา 22:24

    เนื้อหาดีมากๆเลย

    ตอบลบ
  38. เป็นบทความที่มีประโยชน์มากค่ะ :'D

    ตอบลบ
  39. ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ค่ะ

    ตอบลบ
  40. ข้อมูลน่าสนใจมากคะ สามารถเาอไปประยุกต์ในชีวิตจริงได้ ของคุณสำหรับบทความดีๆคะ

    ตอบลบ
  41. ขอบคุณสำหรับความรู้งับ

    ตอบลบ
  42. ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ^^

    ตอบลบ
  43. เป็นบทความที่ดีและน่าสนใจมากค่ะ เหมาะกับผู้ที่กำลังจะเริ่มทำธุรกิจเป็นอย่างมากเลย :))

    ตอบลบ
  44. ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะค่ะ

    ตอบลบ
  45. เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากๆเลยค่ะ

    ตอบลบ
  46. ข้อมูลมีประโยชน์มากๆเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ

    ตอบลบ
  47. เป็นบทความที่น่าสนใจมากเลยค่ะ

    ตอบลบ
  48. บทความนี้สุดยอดมากเลยครับ

    ตอบลบ
  49. น่าสนใจมากๆเลยคร้าาา :)

    ตอบลบ
  50. เนื้อหาแน่นมาก ขอบคุนสำหรับข้อมูลดีๆค่ะ

    ตอบลบ
  51. เป็นประโยชน์มากค่ะ^^

    ตอบลบ
  52. มีประโยชน์มากๆๆๆคับ.

    ตอบลบ
  53. เป็นบทความที่มีประโยชน์มากค่ะ เหมาะสำหรับผู้ที่ิคิดจะเริ่มทำธุรกิจใหม่ ซึ่งควรต้องศึกษาเรื่องเหล่านี้ไว้ด้วย

    ตอบลบ